2549me

ปฐมบท
หลังจากสามสิบปี ที่นักศึกษาปัญญาชนนายทุนน้อยจากรั้วมหาลัย วิทยาลัย
หรือกระทั่งรั้วโรงเรียน ต้องซมซานหนีภัย "เผด็จการขุนศึก-ศักดินา" ในเหตุการณ์ 6
ตุลา 2519 ระเห็จระหนเข้าป่าไป ร่วมกับการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์
แล้วก็กลับคืนเมือง (เฉพาะที่เหลือรอดชีวิตอยู่)
ผู้คนเหล่านี้กว่าจะปรับตัวปรับใจปรับความคิดต่อสู้กับปัญหาการ "ครองชีพ" ปัญหา
"ครอบครัว" ฯลฯ จนพอจะลงหลักปักฐานกันได้ หลายคนก็ใช้เวลาไปกว่าค่อนชีวิต
แม้ความสนใจต่อเหตุการณ์ความเป็นไปของบ้านเมือง
แทบจะพูดได้ว่า "อยู่ในสายเลือด"
จนหลายคนเข้าไปคลุก
และหาอยู่หากินกับการเป็นนักการเมือง และการทำงานการเมือง
แต่หลายคนก็ได้แต่ติดตามดูอยู่ห่างๆ
หลายคนก็แอบเป็นปลื้มที่เห็นเพื่อนพ้องน้องพี่เข้าไปร่วมกับ "พรรคการเมือง" หลายๆ
พรรค โดยเฉพาะ พรรคไทยรักไทย ที่นำโดย นักการเมืองคลื่นลูกใหม่
เจ้าของคำขวัญ "คิดใหม่ ทำใหม่" มีนโยบายใหม่ๆ ที่สำคัญคือ
นโยบายที่ให้ความสำคัญกับ ชนชั้นรากหญ้า .......และจึงเป็นอะไรที่เป็น
ความหวัง....
สำหรับ 2519me นั้น หวังว่า
ศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่าจะดีขึ้น ที่สำคัญ คาดหวังว่า
ประเทศไทยจะได้ให้กำเนิด "ผู้นำประเทศ" ที่สามารถจะเชิดหน้าชูตาในระดับสากล
เป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ภายในประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าทั้งทางวิทยาศาสตร์ วิทยาการ
สังคมการศึกษา ฯลฯ เพราะมีพรรคการเมืองดี ผู้นำประเทศดี
เนื่องจากในทางการเมืองก็นับได้ว่า ประเทศไทยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองจนอาจถือได้ว่า
ประเทศไทยน่าจะมีวุฒิภาวะทางการเมืองเพียงพอ
ที่จะไม่หันกลับไปสู่ระบบเผด็จการใดๆ อีกอย่างแน่นอน และก็ยังด้วยว่าเห็นมีเพื่อนพ้องน้องพี่คนเดือนตุลาอยู่ในพรรคไทยรักไทย ที่หลายคนเป็น
ถึง ร.ม.ต. อยู่ในคณะรัฐบาลซึ่งก็ล้วนแต่ "เคยเป็น" นักต่อสู้ กับ
เผด็จการขุนศึก-ศักดินา "ตัวกลั่น" มาแต่ครั้งอดีต ที่สำคัญ ยังเพราะเห็นว่า
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีดินแดนติดต่อกันเป็นผืนเดียว
และอยู่ในภูมิภาคที่ดีซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อเทียบกับ
ประเทศที่อยู่ใต้ๆ ลงไป อย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย
โดยเฉพาะกับสิงคโปร์ที่เป็นเพียงเกาะเล็กๆ
จึงวาดฝันว่าประเทศไทยจะก้าวเดินไปสู่ยุคข้างหน้าด้วยความเจริญรุ่งเรืองอย่างสมศักดิ์ศรี
อย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่เป็น "ลูกกะจ๊อก"
ใครประเทศใดทั้งนั้น ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก รัฐบาลภายใต้การนำของ ท่าน พ.ต.ท. ทักษิณ
ชินวัตร ทำอะไรก็โดนใจไปเสียหมด
โดยเฉพาะสมัยแรกที่เพิ่งเริ่มขึ้นมา ยังให้โอกาส แต่ก็ทะแม่งๆ อยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องทางการศึกษา-สังคม
กระทรวงทางด้านสังคม-การศึกษา ไม่ทำอะไรที่เกี่ยวกับโครงสร้างที่จะยังให้ประชากรด้อยโอกาส
พิการ ชรา ฯลฯ มีที่อยู่ที่ยืนอย่างมั่นคงในสังคม โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาฯ แทบจะไม่ "work"
เลย เปลี่ยน ร.ม.ต. บ่อยเหมือนโสเภณีเปลี่ยนลูกค้า
จนแทบว่าได้ว่ากระทรวงศึกษาฯ ดำเนินการไปได้โดยข้าราชการประจำที่ทำงานไปวันๆ
กระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงวัฒนธรรม ล้วนไม่มีผลงานทางด้านโครงสร้าง
ที่จะทำให้ประชาชนมีความมั่นคงใดๆ
ทั้งในทางรูปธรรมชีวิตที่เป็นเลือดเนื้อและในทางนามธรรมที่เป็นชีวิตจิตใจ เช่น
การรู้สึกไม่มีความมั่นคงในชีวิต ทั้งๆ
ที่มีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การรู้สึกว่า คุณธรรม จริยธรรม
ของผู้คนมันเลวทรามตกต่ำลงทั้งๆ ที่มีกระทรวงวัฒนธรรม เป็นต้น
เรื่องการแทรกแซงองค์กรอิสระและการกวาดต้อน ส.ส.
เข้าพรรคเพื่อให้พรรคมีคะแนนเสียงข้างมาก
จนฝ่ายค้านไม่สามารถใช้กลไกรัฐสภาตรวจฝ่ายบริหารได้
ซึ่งกรณีนี้ทำให้ทะแม่งๆ ว่า ฯพณฯ ท่านนายกฯ จะเป็นเผด็จการทรราชหรือเปล่า?
เรื่องกรณีทางด้านคุณธรรมจริยธรรมของคนในครอบครัวนายกฯ และท่าทีของท่านนายฯ
ที่แสดงออกต่อกรณีนี้ ลูกชายโกงข้อสอบ ลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐอย่างมี เงื่อนงำ
น้องสาวใช้วุฒิบัตรปลอม ฯลฯ เป็นต้น
กรณีต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้รู้สึกทะแม่งๆ ว่า
คุณธรรมจริยธรรมของท่านผู้นำ มันยังไงกันแน่.....
แต่ก็คิดว่า (เอาน่ะ)
ดูเรื่องใหญ่ๆ ไปก่อน แต่เมื่อฟังรายการเมืองไทยสัญจร ข้อมูลการแปรรูป ป.ต.ท.
ทีพีไอ.....ฟังและดูและเอามาประกอบกับความเป็นจริง ป.ต.ท./รวยแต่ผู้ถือหุ้น
พีทีไอ.-เหมือนผู้ประกอบการไทยถูกรังแก..แล้วก็มาชัดเจนแจ๋วแหวว.....ก็.......ตอนขายหุ้น ให้กองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์
โดยพ่วงเอาสัมปทานและสิทธิพิเศษต่างๆ อันเป็นสมบัติสาธารณะของประเทศไปด้วย จำนวน 73,000 ล้าน
ด้วยกรรมวิธีที่ยอกย้อนซ่อนเงื่อน โดยไม่เสียภาษี....ซักบาท
ซึ่งกระชากความรู้สึกอย่างแรง
ที่ผู้นำต้องเป็นแบบอย่างต้องเสียสละ....แต่นี่ไม่...และยังรู้สึก
"ช็อค" ไม่หาย
ที่แทนที่จะนำพาประเทศไทยขึ้นไปเคียงบ่าเคียงไหล่หรือกระทั่งล้ำหน้าสิงคโปร์
ประเทศที่เป็นเพียงเกาะเล็กๆ กับผู้คนพลเมืองเพียงหยิบมือ
กลับกลายเป็นตรงกันข้าม...แบบผิดคาด..แบบว่า...ทำกัน(งี้)ได้ไง(วะเนี่ยะ)
อย่างไรก็ดี
เมื่อมีผู้ออกมาประท้วงเรียกร้องให้ท่านผู้นำลาออกมากขึ้นเรื่อยๆ ....ก็ยังมีความหวังว่า
ท่านผู้นำจะมีความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง
(/ไม่ใช่ความเป็นสุนัขจิ้งจอกทางการเมือง/)
ลาออกเปิดทางให้มีการพิสูจน์ตรวจสอบข้อกล่าวหา ...
เมื่อพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง จะได้กลับมาใหม่ อย่างสง่าผ่าเผยและอย่างมีศักดิ์ศรี
ของการเป็นผู้นำแห่งสยามประเทศ ......แต่การณ์ก็หาได้เป็นเช่นนั้น
กลับกลายเป็นพฤติกรรมการตะแบง .....การดันทุรัง
.....การตระบัดสัตย์ทางการเมืองทั้งทางด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ....การสร้างความร้าวฉานในหมู่ประชาชนพลเมืองทุกหมู่เหล่าของประเทศ
ทุกชั้นชนทุกฐานะทุกระดับความสัมพันธ์นับแต่ในระดับครอบครัวขึ้นมาเลย โดยรัฐทั้งโดยกลไกรัฐและโดยสื่อที่กำกับโดยรัฐในการก่อม๊อบชนม๊อบ.....ฯลฯ
แบบว่า พฤติกรรมของท่านผู้นำและลิ่วล้อสารพัดยี่ห้อยี้ ที่
"น่าเกลียดน่าขยะแขยงทางการเมือง" ก็เป็นดั่งอาจมอันพุ่งทะลักจากปากคอเขรอะขระของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจรจัด
ที่โคตรจะสกปรก
เลอะเทอะเปรอะเปื้อนทุกหย่อมหญ้ากันไปทั้งประเทศ
ถึงกะนั้นก็ยังหวังจะเห็น
สปิริตการเสียสละทางการเมือง
อย่าง
"จริงใจ" จากท่านผู้นำและนักการเมืองซีกพรรคไทยรักไทยอยู่นั่นแล้ว
โดยเฉพาะอย่างน้อยก็ในสายของเพื่อนพ้องน้องพี่คนเดือนตุลา(/แบบว่า...บ้าง..ก็ยังดี/วะ)
....ด้วยการลาออกเปิดทางให้แก่กระบวนการตรวจสอบ
และกระบวนการในการการนำพาประเทศของเราออกมาจากวังวน ของ
การเป็นเหยื่อทุนนิยมสามาลย์
อันจะทำให้ประชาชนพลเมืองลูกหลานของเราในอนาคตอันใกล้เดินเข้าสู่ความขุกเข็ญอย่างที่สุด........
แม้จะเป็นหวังที่ลมๆแล้งๆ ก็ยังคงหวังอยู่!
[ด้วยลึกๆ
ก็ยังคงมีความผูกพันทางใจ(/แม้จะผูกฯ อยู่ข้างเดียวก็เถอะนะ/)
กับเพื่อนพ้องน้องพี่คนเดือนตุลาอยู่..อ่ะนะ ไม่ว่าจะตุลาชิน ตุลาทราม หรือตุลาจัญไร
แค่ไหน(ฮา) แต่ตอนนี้ขอเป็นกระบอกเสียงของตุลาธรรมก่อนละกัน และด้วยลึกๆ
ก็ยังเสียดายท่านผู้นำ
และยังให้รู้สึกห่อเหี่ยวหดหู่อยู่ไม่รู้หายว่า เป็นเวรเป็นกรรมซ้ำซากอันใดของคุณประเทศไทยของเรากันหนอ ที่ ฯพณฯ
ท่านผู้นำท่านถึงไม่เลือกเดินหนทางรัฐบุรุษให้ประเทศชาติ
ลูกหลาน และโคตรตระกูลภาคภูมิใจ แต่(/ดันทะลึ่ง/)เลือกเดินหนทางทรราชเสียนี่..จะรวยเป็นแสนๆ
ล้านไปทำไม มันสมบัติสาธารณะของคนทั้งประเทศนะนั่น....]
เพื่อหนุนช่วยและเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง
ในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งนี้
ได้เข้าสู่กระบวนการของการจัดสมดุลใหม่เพื่อระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย
ที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีจิตสำนึก 2519me.
com จึงเปิดพื้นที่ 2549me
เพื่อการนำเสนอแนวคิดของ 2519me เอง
และความเคลื่อนไหวของภาคส่วนอื่นต่างๆ
ที่จะไปตามเก็บรวบรวมเอามาไว้ให้ค้นหาเข้าถึงได้ง่าย
ดังนี้
เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์เดือนตุลา