การะเกดยุคต่อต้านความป่าเถื่อนใหม่/(ยุคปัจจุบันที่สุด?)
:
ยุครัฐบาลทักษิณทักษิโณมิก
(
"คิดใหม่ ทำใหม่"/ "๔ ปีสร้าง" )
แล้วพรรคไทยรักไทยก็ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวไปตามคาด
โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีที่ปรากฏออกมา เออ, ก็พอรับได้
ยังพอมี "น้ำยาบ้วนปาก" หรือพวกคนเครือข่ายเดือนตุลา
ให้ดูแลทางด้านการศึกษา-สังคม อยู่บ้างพอให้มีความหวัง
ว่า ทางด้านการศึกษา/สังคม
น่าจะพอไปได้ดีกว่ารัฐบาลนี้ยุค ๔ ปีซ่อม
แต่ก็คงต้องตามดู....ว่าในทางปฏิบัติจริง อะไรๆ
จะเป็นความหวังได้มากน้อยแค่ไหน?
เพราะทางเศรษฐกิจน่าจะหมดหวัง
สมบัติของชาติอย่างรัฐวิสาหกิจคงจะกลายเป็นของเอกชนไปจนหมด
รวมทั้งประชาชนคนไทยก็จะต้องพากัน "รวยหนี้"
อย่างทันตาเห็นกันขึ้นมาอย่างถ้วนหน้าภายในรัฐบาลยุคนี้
โดยเฉพาะนโยบาย "เงินกู้เพื่อการศึกษา"
ที่ผลักดันให้ยุวชนและยาวชนคนหนุ่มคนสาวของชาติรู้จักการ
"ก่อหนี้" ตั้งแต่ยังเป็น "ละอ่อน" ที่จะรวยจริงๆ
ก็เห็นจะมีแต่นายทุนเจ้าของธุรกิจสถานศึกษาที่จะรวยขึ้นอย่างทันตาเห็นจริงๆ
ฯลฯ ส่วนทางด้านชายแดนภาคใต้...ยังคิดว่า
น่าจะยังต้องนั่งนับศพกันอยู่ต่อไปอีกยาว.......ถ้าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ผนึกกำลังร่วมมือกันอย่างจริงจังและจริงใจที่จะให้
"การฆ่ารายวัน" ยุติลงเสียที!

การะเกดยุคต่อต้านความป่าเถื่อนใหม่/(ยุคปัจจุบันกว่า?)
:
ยุครัฐบาลทักษิณทักษิโณมิก
(
"คิดใหม่ ทำใหม่"/ "๔ ปีซ่อม" )[ยุคนี้ใครแต่งเพลงการะเกดไว้ที่ไหนบอกด้วย!]
ยุคนี้แม้จะกู้วิกฤติทางเศรษฐกิจได้
และยังสร้างปรากฏการณ์เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ๆ เช่น
การสามารถปฏิบัตินโยบายได้ตามที่หาเสียงไว้
การเป็นรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งที่อยู่ได้จนครบวาระสี่ปีเป็นรัฐบาลแรก
การปรากฏตัวในฐานะผู้นำรัฐบาลอย่างภาคภูมิ(ไม่เจี๋ยมเจี้ยมอย่างรัฐบาลที่ผ่านๆมา)ในเวทีโลก
การกำราบนักการเมืองไม่ให้กัดกันจนรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ
ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านๆมา
การบริหารให้ข้าราชการประจำทำตามนโยบาย/ไม่ใช่การบริหารประเทศแบบโดยงานรูทีนของข้าราชการประจำแล้วรอคอย
"รายงาน"
การปรับเปลี่ยนเวียนเทียนตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นว่าเล่นโดยเสถียรภาพรัฐบาลไม่สั่นคลอน
การเอาเงินบาป(เงินหวยสองตัวสามตัว/เงินฉลาก)มาใช้ประโยชน์ในกิจการสาธารณะ
ฯลฯ
แต่ก็เกิดสถานการณ์อุ้มฆ่าผู้นำชุมชนผู้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ป่าไม้ แหล่งน้ำ ระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม จาก
อภิมหาโครงการ ของ ภาครัฐ /
เกิดสถานการณ์การไล่ล่าฆ่าตัดตอนพ่อค้ายาบ้าและประชาชนตัวเล็กตัวน้อยตัวกระจอกงอกหง่อยจำนวนนับพัน
ใน "สงครามปราบปรามยาเสพติด" /
แล้วก็ตามติดมาด้วยสถานการณ์ไข้หวัดนก
ที่รัฐบาลปกปิดข้อมูลเพราะมี
"เจ้าแห่งอุตสาหกรรมไก่"-เกษตรกรรมอุตสาหกรรมส่งออก-ร่วมอยู่ในรัฐลาล?
/
เกิดสถานการตกต่ำทางการศึกษาศีลธรรมอย่างทั่วด้าน-มหาลัยไทยไม่ติดอันดับหนึ่งใน
๒๐๐ ของมหา'ลัยโลก
วัยรุ่นมั่วเซ็กมั่วยา มีสภาพการณ์ที่สื่อมวลชนเกือบทุกแขนง
ตกเป็นเครื่องมือโปรโมทกิจการค้าประเวณีซีดีแลหนังเอ็กซ์และทัศนคติทางเพศที่เสื่อมทรามอย่างโจ่งครึ่ม
/
เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
มีการไล่ล่าฆ่าเข่นและการปะทะล้อมปราบสังหารหมู่กรณีกรือแซะตากใบ
เกิดการตั้งค่าหัวในการให้ไล่ล่าฆ่าเข่นกันและกัน
ระหว่างฝ่ายอำนาจรัฐ กับ
ฝ่ายผู้ก่อการไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประชาชนและเจ้าหน้าที่พลเรือนในพื้นที่ถูกฆ่าตายเป็นใบไม้ร่วงจากปฎิบัติการของทั้งสองฝ่าย
โดยเฉพาะประชาชนไทยพุทธ เจ้าหน้าที่ ครู พระ
นักเรียน ผู้บริสุทธิ์
รวมทั้งประชาชนไทยมุสลิม (ที่เลือกข้างรัฐบาล) ถูก
ผู้หลงผิดวัยรุ่นวัยฉกรรจ์มุสลิม
(ที่เลือกข้างผู้ก่อการฯ)
สอยร่วงตายรายวัน...ทุกวัน...จนบัดนี้ /
ในท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้คนวิตกวิจารณ์กับการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย
การเป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จทางรัฐสภา การล้มเหลวทางฤติกรรมพฤติการณ์ขององค์กรอิสระและวุฒิสภา
ที่ทำให้ความเชื่อความศรัทธาของประชาชน ใน
ระบบตรวจสอบถ่วงดุลของกลไกตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
พังทลายลงอย่างเกือบจะสิ้นเชิง และ
เฝ้ามองนักการเมืองโดยเฉพาะนักการเมืองในซีกรัฐบาลด้วยสายตาที่หวาดระแวงไม่ไว้ใจ
และ
เคลือบแคลงในความโปร่งใสหรือไม่โปร่งใสมากขึ้น /
ตบท้ายการครบวาระครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐบาลทักษิณทักษิโณมิกด้วยมหันตภัยจากธรณี-อุทกวิบัติซึนามิ
/ และทิ้งทวนการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะถึงเร็วๆ
นี้
ด้วยวิธีการหาเสียงที่สกปรกโสมมแบบยุคเผด็จกาสฤษฏ์เผด็จการทหารครองเมือง
คือ ข่มขู่ผู้สมัคร
เข่นฆ่าล่าสังหารหัวคะแนนที่แค่เริ่มต้นก็ตายกันไปหลายศพแล้ว
ซึ่งกว่าจะถึงวันเลือกตั้งเสร็จสิ้นในวันที่ ๖
กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๘ ไม่รู้ว่าหัวคะแนนหรือว่าที่
ส.ส. จะถูกสอยร่วงลงกี่ศพ....และยังไม่รู้ว่า
เมื่อการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง
จะเกิดวิกฤติทางสภาฯ ที่
ส.ส.สอบตกจะประท้วงกันไปประท้วงกันมาจน
ส.ส.ที่สอบได้ ไม่เป็นอันได้ทำหน้าที่อัน
"ทรงเกียรติ" กันหรือไม่? เพราะ
นักการเมืองน้ำเน่าแบบไทยๆ ถนัดนักล่ะกับการ
"ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล" เรียกว่า คำว่า
"หิริโอตตัปปะ" และความมีจิตใจที่ "รู้แพ้รู้ชนะ"
แทบจะไม่มีอยู่ในจิตสำนึกของนักการเมืองไทย!?
ในสภาพการณ์เช่นนี้
เราที่เป็นส่วนหนึ่งของบางส่วนในภาคประชาชนที่สนใจปัญหาบ้านเมืองก็ได้แต่นั่งตาปริบๆ
มองดูความเป็นไปของสถานการณ์....ก็ไม่รู้จักทำฉันใดดี
โดยเฉพาะการจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้
ก็อยู่ในสภาวะที่หันไปทางไหนก็ล้วนแต่ยังไม่มี
"ตัวเลือก" ที่โดนใจ จะเลือกพวกอนุรักษ์นิยมก็รู้เช่นเห็นชาติว่าอีดอาดเชื่องช้าไม่ทันกินไม่ทันการทั้งยังได้แต่เป็น
"ลูกกะจ๊อกกระจอกงอกง่อยในเวทีโลก"
เลือกไปก็เท่ากับไม่ได้เลือก /
เพราะให้ข้าราชการประจำทำไปก็ได้
จะเลือกพวกกลุ่มทุนใหม่ (ประมาณกว่าสิบ ๑๐ ตระกูล)
ที่บริหารประเทศแบบรวดเร็วทันใจ
(อันพอจะคะคานกับความอืดอาดของพรรคข้าราชประจำได้) ก็รู้เช่นเห็นสันดาน
เพราะที่ผ่านมา "4 ปีซ่อม"
ก็พากันซ่อมอณาจักรธุรกิจของวงศ์วานหว่านเครือและพรรคพวก
ให้ร่ำรวยในอัตราเร่งที่เร็วยิ่งขึ้นประมาณว่าตายอีกสักร้อยชาติก็ใช้ไม่หมด
มีกลวิธีในการดูดซับโภคทรัพย์ของแผ่นดินเข้าไปสู่อณาจักรธุรกิจของตนและพวกอย่างแยบยล
เช่น เคยเห็นหรือไม่?/ประชาชนรากหญ้า
มือหนึ่งถือไม้ไล่ควายกลางท้องทุ่ง
อีกมือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือแนบหูคุยขอเพลงจากรายการวิทยุ
ฯลฯ ซึ่งอือ,มันก็น่าจะดี
ถ้าทั้งหมู่บ้านจะไม่พากันเป็นหนี้กันอย่างถ้วนหน้า......
อย่างไรก็ตามในแง่ของยุคสมัยที่ยุคนี้เป็น
"ยุคของทุน"/ยุคทุนนิยม?/ทุนนิยมค่อนตัว?/เผด็จการนายทุน?
ที่ชนชั้นนายทุนได้มีโอกาสขึ้นยึดกุมอำนาจรัฐโดยตรง
โดยไม่ต้อง "ผ่าน" กลุ่มอื่น เหมือนอย่างในอดีต
เราผ่านยุคเผด็จการศักดินา
มาเผด็จการทหาร-ศักดินา
แล้วก็มายุคเผด็จการทหาร-ศักดินา-ขุนคลัง
ยุคเหล่านี้นายทุนอยู่หลังอำนาจรัฐ [ผู้อ่านบางท่านอาจสงกะสัยว่า
แบ่งตามตำราไหน(ฟะ)เนี่ยะ ตอบตำราคิดเอาเองน่ะ
ไม่ก็จำๆเขามา
จำไม่ได้ด้วยว่าจำจากที่ไหนมาบ้าง]
จนหลังพฤษภาทมิฬทหารกลับที่ตั้ง
เข้าสู่ยุคประชาธิปไตยที่ชนชั้นกลางมีบทบาทค่อนข้างมาก
อำนาจรัฐถูกยึดกุมโดยพวกอนุรักษนิยมจับฉ่ายหลายกลุ่ม
นายทุน-นายทุนขุนคลัง-นายทุนแบบเจ้าพ่อเจ้าแม่/แบบเก่าแบบกงสี
ขุนศึก/ศักดินา-ข้าราชการประจำ ชนชั้นกลาง
ซึ่งท่วงทำนองการบริหารประเทศยุคนี้
ก็ยังเป็นท่วงทำนองการบริหารแบบศักดินาของข้าราชการประจำ
ที่น่าอิดหนาระอาใจเป็นที่สุด
การที่ชนชั้นนายทุนขึ้นบริหารประเทศโดยตรง
นับว่าสอดคล้องกับสถานการณ์โลก เพราะ "นายทุน"
ย่อมต้องการความรวดเร็วฉับไวของระบบ
และเป็นระบบการให้บริการที่ "ลูกค้า"/ผู้บริโภค
เป็นใหญ่ สอดคล้องกับเทคโนโลยี่และพลังการผลิตแบบทุนนิยม
ที่ต้องแข่งขันสูง
ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ
อันเป็นองค์ประกอบขององค์กร องค์การ
ได้อย่างฉับไว ต้องรู้จัก วิทยาการและเทคโนโลยี่
จึงจะตามเขาทัน ฯลฯ
ท่วงทำนองการบริหารประเทศแบบศักดินาโดย
"ข้าราชการประจำ"
ที่ขั้นตอนมากมายอืดเป็นเรือเกลือและดำรงตนเป็น
"เจ้านาย" ประชาชนจึงไม่สอดคล้อง
....แต่ธรรมชาติของ "ทุน" มีความร้ายกาจและหมักหมมความชั่วร้ายและการเอารัดเอาเปรียบสูงทั้งยังไฮเทคกว่า
อบายมุขและการ "บริโภคที่เกินความจำเป็น" ก็เยอะ
ถ้าระบบถ่วงดุลทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการไม่เข้มแข็งพอ
สังคมก็เกิดวิกฤติการณ์ทางคุณธรรมจริยธรรม
ที่จะตกต่ำและต่ำทรามลงเรื่อยๆ เช่น
ดูจากประเทศจีนผืนแผ่นดินใหญ่สมัยเหมาเจ๋อตุงไม่มีโสเภณี
ปัจจุบันโสเภณีเพียบ
หรือของไทยก็เละถึงขนาดเด็กนักเรียนหนีออกจากบ้านไปแสดงหนังเอ็กซ์
และมหา'ลัยไทย
ตกต่ำจนกระทั่งไม่ติดหนึ่งในสองร้อยอันดับของมหา'ลัยโลก
ฯลฯ
ดังนั้นข้อเสนอแนะของเราต่อการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้
คือ หลักการ ที่ว่า
เลือกอย่างไรให้ไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ
และ
ให้พวกกลุ่มอนุรักษ์นิยมเก่า
อย่างพรรคประชาธิปัตย์และที่เหลือเป็นฝ่ายค้านที่มี
"ประสิทธิภาพ"
(ที่ผ่านมาเหมือนค้านไม่เป็นค้านเละเทะค้านไปทุกเรื่องค้านไม่ทำการบ้าน
ค้านแบบไม่ตั้งใจค้าน
ค้านไปอย่างนั้นเพราะเป็นฝ่ายค้าน?) [รวมทั้ง
ก็อาจจะต้องคิดกันด้วย ว่า จะมีมาตรการอะไร
ที่จะกันไม่ให้พรรคที่ได้เสียงข้างน้อยรวมกันเป็นเสียงข้างมาก
และเข้าเป็นรัฐบาลจับฉ่ายหลายพรรคที่ไร้เสถียรภาพและกัดกันเหมือน
สุนัขจรจัดแย่งกันแทะเศษกระดูก?
อันจะเป็นการถอยหลังเข้าคลองไปอีก ]
และเพื่อไม่ให้เกิดการ "สวาปาม" โภคทรัพท์ของแผ่นดิน
โดยกลุ่มผู้กลุ่มอำนาจรัฐและเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มผู้กุมอำนาจอย่างเหิมเกริมจนเกินไป
"พลังเงียบ" ต้องกาช่อง "งดออกเสียง"
ให้ได้สักหนึ่งในสามของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของแต่ละเขตการเลือกตั้ง
หรือของทั้งประเทศ เพื่อแสดงให้พวก
"ตระกะตระกรามจอมงาบงบประมาณแผ่นดิน" สังวรเอาไว้ว่า
ยังมีภาคประชาชนที่มี "สติปัญญา"
แต่ยังไม่มีพละกำลังพอจะตั้งพรรคการเมืองของตนเองเข้าไปลงเลือกตั้งแข่ง
เฝ้ามองอยู่!?!

การะเกดยุคต่อต้าน IMF/(ยุคปัจจุบัน?
):
ยุครัฐบาลชวนเชื่องช้า
[เจ้าการะเกดเอยเจ้าขี่ม้าเทศจะไปท้ายวัง
ชักกริช ออกมาแกว่งเอ๋ยว่าจะแทงฝรั่ง
ใครห้ามเจ้าก็ไม่ฟังเจ้าการะเกดเอย (ซ้ำ)]
บรรเลง (สร้อย) (พูด)
"ประเทศไร้เอกราช เพราะถูกต่างชาติมันมาครอบงำ
IMF ก็เลวระยำ มันเหยียบ มันหย่ำ
แล้วมันทำลาย จักรพรรดินิยมชั่ว ไสไสไสหัว มันออกไป
ชูธงประชาชาติไทย ประสานใจเป็นสายธาร
ไปเถิดเจ้าการะเกด ทำเพื่อประเทศไม่เกินนาน
ใครใครใครจะมาต้านทาน แรงมหาประชาชน" (สร้อย) บรรเลง
(ซ้ำรอบใหม่) ......[ฟัง
MP3 16 bit
คลิก
"ที่นี่"]

การะเกดยุคต่อต้านฐานทัพอเมริกัน/ (ยุคโบราณ?)
[เจ้าการะเกดเอยเจ้าขี่ม้าเทศจะไปท้ายวัง
ชักกริช ออกมาแกว่งเอ๋ยว่าจะแทงฝรั่ง
ใครห้ามเจ้าก็ไม่ฟังเจ้าการะเกดเอย (ซ้ำ)]
บรรเลง (สร้อย)
เจ้าการะเกด เขาไปแล้ว
เป็นทิวเป็นแถวทุกแห่ง ไปตามตะวันสีแดง
ที่สาดทั่วแผ่นดินไทย ไปกับกริชคู่มือ
กระชับถือด้วยมั่นใจ เลือดใครก็เลือดใครคงจะได้นองปฐพี
แผ่นดินถิ่นกำเนิด ก็ตั้งแต่เกิดจนมาเป็นผี
ไอ้กันมันกล้ามาราวี ทำย่ำยีวุ่นวาย ออกไปเอ๋ยไป
ออกไปเอ๋ยไป เอ้าไสหัว (สร้อย)
จากอุบลราชธานี
มาถึงตาคลีอู่ตะเภา
น้ำพองละก็เป็นของเราแต่มันทำเป็นซ่องโจร
จากระเบิดมหาภัยเป็นเปลวไฟที่ลุกโชน
ดินชอุ่มเป็นหลุมโคลนทุกตารางของแผ่นดิน
บ้านแตกสาแหรกขาดด้วยอุบาทก์จากเครื่องบิน
เสียงร้องไห้จะมีใครยินนอกจากเราประชาชน ออกไปเอ๋ยไป
ออกไปเอ๋ยไป เอ้าไสหัว (สร้อย)
ประเทศไร้เอกราช
เพราะถูกต่างชาติมันมาครอบงำ
ฐานทัพมันเลวระยำ มันเหยียบย่ำมันทำลาย
จักรพรรดินิยมชั่ว
เถอะไสหัวมันออกไป ชูธงประชาไทประสานใจเป็นสายธาร
ไปเถิดเจ้าการะเกด ไปเพื่อประเทศไม่เกินนาน
ใครหรือจะต้านทาน แรงมหาประชาชน ออกไปเอ๋ยไป
ออกไปเอ๋ยไป เอ้าไสหัว (สร้อย)
[เจ้าการะเกดเอยเจ้าขี่ม้าเทศจะไปท้ายวัง(เอาละวา)
ชักกริช ออกมาแกว่งเอ๋ยว่าจะแทงฝรั่ง(เอาละวา)
ใครห้ามเจ้าก็ไม่ฟังเจ้าการะเกดเอย (ซ้ำ)]
บรรเลง fade.....[ฟัง
MP3
คลิก
"ที่นี่"]