จำได้ว่าตอนจบมหา'ลัยใหม่ๆ
น่าจะราวๆปลายปี 2527 ไปจนถึงราวๆ กลางปี
2528
รู้สึกจะจบก่อนรุ่นน้องที่เข้ามาเรียนในปีเดียวกับที่ฉันกลับไปเรียนใหม่
เพราะฉันมีหน่วยกิตเก่าสะสมอยู่เยอะ ....และจบก่อน
พี่เขาที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน
เพราะพวกแพทย์ใช้เวลาเรียนนานปีกว่า..ฉันยังพะว้าพะวังอยู่อีก
ว่าจะอยู่อย่างไร ทำงานอะไร
พอดีเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเชียงใหม่ฉบับหนึ่ง
จะเคยไปเป็น "อาจารย์พิเศษ" ของ
กระบวนวิชาเกี่ยวกับการทำหนังสือพิมพ์ ที่ฉันลงเรียนด้วย
ฉันจึงได้ไปขอทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
กับได้สมัครเป็นผู้สื่อข่าวส่วนภูมิภาคของหนังสือพิมพ์ส่วนกลางฉบับหนึ่งด้วย
ได้ใช้ชีวิตเป็น
นักข่าวท้องถิ่น อยู่ช่วงหนึ่งช่วงสั้นๆ
เป็นผู้เขียนบทบรรณาธิการกับทำหน้าเยาวชน
ซึ่งฉันก็ทำแก้ขัดไปอย่างนั้น ยังไม่รู้สึก
ว่า มันจะเป็น "อาชีพ"
ที่จะ "ยังชีพ" อะไรได้
รู้สึกรายได้จะไม่พอกินแฮะ.....เลยไปหัดทำขนมโบราณจาก
"ท่านผู้เฒ่า" คุณแม่ของ "รุ่นพี่"
ที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน
[ที่บัดนั้นเรียนหนักมากจนต้องย้ายเข้าไปอยู่ในหอพักแพทย์
....เพราะถ้าอยู่กับฉัน ....น่าจะไม่ได้อ่านหนังสือแฮะ
....เพราะฉันมักมีเรื่องราวมากมาย...ดีบ้างย่ำแย่บ้าง ....และมิพักอยากเอ่ยถึง...]
ท่านก็ขนหม้อข้าวหม้อแกง หม้อทำขนม
ถ้วยใส่ขนมของท่านที่ไม่มีลูกคนใดของท่านจะสืบทอด
....ฉันทำอะไรเป็นบ้างนะ
...ขนมก็กล้วยบวชชี สาคู-ถั่วดำ
แล้วก็พวกเชื่อมๆ ....พวกกับข้าวก็ได้พวกผัดๆ ทอดๆ
กับน้ำพริก-ปลาทู
คิดย้อนหลังไป ตอนที่ใช้ชีวิตเป็นแม่ค้า กับตอนเป็นคนเขียนบทบรรณาธิการ..ทำหน้าเยาวชน......ก็รู้สึกตลกๆ
.....เพราะไม่ได้ทำอะไรนอกจากตอนบ่ายๆ
ก็ขับมอเตอร์ไซด์ตระเวนไปทั่วเมืองเชียงใหม่
หา "จับผิด" หน่วยราชการ
จนลูกชายเจ้าของหนังสือพิมพ์พูดเปรยๆ ว่า
"คงไม่มีใครเลวชาติ....ขนาดนั้นมั๊ง?" [เท่าที่จำได้....ลูกชายเจ้าของหนังสือพิมพ์คนนี้
หน้าตาค่อนข้างดี ทีเดียว แต่ฉันมองเป็นเด็กๆ
ไม่เป็นโล้ไม่เป็นพาย ที่มาเป็น ผู้ช่วย บก.
ได้ก็เพราะพ่อแม่หรอกน่ะ...]
แต่เช้ามืดก็ตีสามตีตีสี่ไปจ่ายตลาดมาทำกับข้าวกับขนมขาย....พอได้มีกิน
....หลังเที่ยงก็เก็บล้าง บ่ายมาออกไป.."หาเรื่อง"
มาเขียน...แล้วไปส่งต้นฉบับ ต้องรับค่าแรงทีละห้าวัน ไม่งั้น
ไม่มีกินอีหลี.....ไส้แห้งจริงๆ
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีเงินเหลือใช้เลย...เจ้าประคุณเอ๋ย....จนบัดนี้
[2551-ความทรงจำนี้ใช้เวลาบันทึกยาวนานมาก
ตั้งแต่ปี 2540-2551"""คาดว่า..กว่าจะครบทุกบทที่ขึ้นหัวข้อไว้.....สงกะสัยจะไม่ละสังขารลงโลงไปเสียก่อนรึ?]