...โทรสายด่วนมาจากน้องสาวที่น่ารัก
น้องจิ๋วจากสตูลแจ้งว่าคุณเชียง นามสกุลวัฒนาแต่ชื่อไม่แน่ใจว่านิพนธ์หรือสมชายแน่
แต่ยืนยันว่าอยู่ ม.ช.แน่นอน ผมเองก็เคยเห็นรูปคุณเชียงถ่ายกับเพื่อนๆท่อ่างแก้ว
มช.ครับ
ตกลงต้องกลับมาตั้งหลักที่สุราษฎร์อีกรอบ...คราวนี้มาเจอปัญหาใหม่อีกเมื่อคุณสุนันท์
สหายรับผิดชอบเขตงานทำหน้ายุ่งๆ บอกว่าหาคุณเชียงไม่เจอ
ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน...เอาแล้วไงเรื่องที่ไม่ทันคิดมาก่อน
ในสมัยนั้นหลังบ้านคุณสุนันท์ที่หน้าควนสามัคคี ก็ยังเป็นป่าโปร่งอยู่
สหายนำร่างของคุณเชียงมาฝังแล้วทำสัญญลักษ์ไว้ แต่พอการสู้รบสงบลง ทั้งมวลชน
ทั้งสหายก็กลับเข้าไปในพื้นที่ บุกเบิกที่ทางทำเป็นสวนยางจนหมด
ป่าโปร่งที่เคยฝังร่างคุณเชียง
ก็เลยกลายสภาพไปเป็นสวนยางติดต่อกันเป็นพืดหลายสิบไร่
ต้นไม้ที่เคยทำเครื่องหมายไว้ก็หายไป ทีนี้ทำพรือกันละสหาย....
ขบวนการค้นหาคุณเชียงก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ขุดกันซะสวนยางแถวนั้นพรุนไปหมด
สหายว่าขุดกันจนสวนยางกลายเป็นเขาศูนย์ไปแล้ว...ก็ยังไม่พบร่องรอยของคุณเชียง..แต่สหายก็ยังไม่ท้อ
ไอ้ที่ขุดก็ขุดกันต่อไป
๖.
ผมแอบซุ่มดูอยู่ที่มุนตึกหน้าโรงแรมลีการ์เด้นท์
ปัตตานี พอแน่ใจว่าพี่ชายคุณเชียง ขับรถมาคนเดียวไม่มีใครตามมาด้วยแล้ว
ผมก็เลยกล้าเดินออกไปสวัสดีแนะนำตัวเอง
โดยไม่ลังเลพี่ชายคุณเชียงเลือกรูปของคุณเชียงออกจากกองภาพถ่ายทั้งหมดที่ผมกองให้ดู
แล้วบอกว่า
...นี่...คนนี้นิพนธ์น้องชายผม...เค้าเป็นอย่างไรบ้าง....ตายแล้วใช่ไหม?....................พี่ก็คิดไว้แล้วเหมือนกัน
เพราะนิพนธ์เค้าขาดการติดต่อไปนานทีเดียว พี่ก็พยายามตามหา สืบข่าวเขาอยู่เหมือนกัน
ได้ข่าวว่ามีใครที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเค้าอยู่ที่ไหน ก็ไปตามดูหมด
...เมื่อปีที่แล้วก็ไปตามที่เพชรบุรี...หวังว่าจะได้พบเขาบ้าง
.....พวกพี่ๆก็ต้องจำใจโกหกแม่ ว่านิพนธ์ยังอยู่เพราะแม่แก่แล้ว
และก็คิดว่านิพนธ์ยังมีชีวิตอยู่เสมอ เราก็เลยต้องปล่อยให้แม่ยังมีความหวังอยู่
กลัวว่าถ้าท่านได้ข่าวแล้วท่านจะรับไม่ได้....
หลังจากซักถามจนแน่ใจว่า
บุคคลในภาพถ่ายที่ผมนำไปให้ดูนั้นเป็นน้องชายแน่ๆ พี่ปลัดถึงเล่าให้ผมฟัง
พี่ปลัดขอเวลาบอกข่าวและหารือกันในหมู่พี่น้องก่อนแล้วจะนัดกับผมเรื่องไปนำคุณเชียงกลับบ้านอีกครั้งหนึ่ง
เที่ยวนั้นผมขับรถกลับสุราษฎร์ด้วยความสบายใจที่ภาระหน้าที่ได้ลุล่วงไประดับหนึ่งแล้ว
แต่พอถึงสุราษฎร์ก็เจอจิ๋วพร้อมสหายกลุ่มใหญ่นั่งหน้ามุ่ยกันอยู่.
....หายังไง
ๆก็หาคุณเชียงไม่เจอ...นี่สหายที่รู้ข่าวก็มาช่วยกันขุดหา
หากันหลายวันแล้ว...แต่ไม่เป็นไร คุณแดง...คุณไปนัดพี่ชายคุณเชียงได้เลย ยังไงๆ
สหายเราต้องได้กลับบ้านแน่นอน
เหลือเชื่อ....
พรุ่งนี้แล้ว...พี่ชายคุณเชียงจะมารับคุณเชียงกลับบ้าน
แต่นี่ใกล้ค่ำแล้วเรายังหาคุณเชียงไม่พบเลย
ที่บ้านคุณสุนันท์ข้างสวนยางสหายก็จัดสถานที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว ทั้งอาสนะสงฆ์
โรงครัว รวมทั้งโลงศพ
เพื่อเตรียมงานเลี้ยงส่งคุณเชียงกลับบ้าน...แล้วนี่ถ้าพี่ชายคุณเชียงมาแล้วเรายังไม่พบคุณเชียงเราจะทำพรันพรือกันล่าวสหาย........คุณเชียงอยู่ในสวนยางนี้แน่นอน...ผมยืนยันได้
ผมเป็นคนใส่ชุด ท.ป.ท.ให้คุณเชียงเองกับมือผมนิ่...คุณสุนันท์อดีตสหายนำเขตงานหน้าควน
ผู้นำร่างของสหายไปฝังกับมือยืนยันเสียงแข็ง...ถ้า 6 โมงเย็นวันนี้
ยังไม่เจอคุณเชียง คุณไปเตรียมไฟเลย เดี๋ยวผมเอาแมคโครลุยขุดสวนยางทิ้ง
คืนนี้ขุดกันทั้งคืนจนกว่าจะเจอ....
สหายหลายคนตกใจ
เงยหน้ามองคุณสุนันท์
ที่ประกาศจะรื้อสวนยางที่กำลังให้น้ำยางและเป็นแหล่งรายได้หลักของครอบครัวทิ้ง
ในสมัยนั้นสหายก็เพิ่งออกมาสร้างสวนสร้างเนื้อสร้างตัวกัน
สวนยางก็คือหัวใจของสหายชาวใต้เลยทีเดียว
ไม่พรือ...คุฌแดง
สวนยางผมปลูกใหม่ได้ แต่คุณเชียงต้องได้กลับบ้าน ลูกบ่าวเค้ามาปฏิวัติ
มาสู้เพื่อเรา มาตายเพื่อเราได้ จะมามัวเสียดายอะไรกับสวนยางเท่านี้
...ยังไงๆ พรุ่งนี้คุณเชียงต้องได้กลับบ้านแน่นอน
ผมฉุกใจคิดขึ้นมาแวบหนึ่ง
เดินไปท้ายรถกระบะ หยิบขวดน้ำจากท้ายรถ เดินดุ่มเข้าไปในป่ายาง ที่ทั้งสหาย
ทั้งมวลชนระดมกำลังมาขุดหาคุณเชียงแน่นไปหมด ผมเทน้ำมนต์ในขวดลงบนพื้นดิน นึกในใจ
บอกคุณเชียงว่า พี่ชายจะมารับกลับบ้านวันพรุ่งนี้แล้วนะครับ....
จากนั้นก็เดินกลับมาที่บ้านคุณสุนันท์ น้ำมนต์ขวดนี้ผมได้มาจาก หลวงพ่อจ้อย
ที่ดอนสัก พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของสุราษฎร์ธานี ผมไปกราบท่านหลายครั้ง
จนครั้งสุดท้ายก่อนเข้าดง ท่านถามว่าจะไปธุระที่ไหนต่อ
ผมบอกว่าจะไปงานศพเพื่อนที่เคียนซา...เออรีบไปซะ...เค้ารอเองมาตั้งนานแล้ว...ถ้ามีอะไรก็เอาน้ำมนต์นี่เทลงดินบอกเขาซะ....ผมขนลุกซู่
รับขวดน้ำมนต์แล้วกราบลาหลวงพ่อจ้อยมุ่งหน้าเข้าดงเคียนซา...แล้วก็ลืมเรื่องขวดน้ำมนต์ไปเลย
มานึกขึ้นได้ก็อีตอนคุณสุนันท์จะเอาแมคโครรื้อสวนยางนี่แหละ
มันก็แปลกนะครับ...ไม่น่าเชื่อ
ผมเดินกลับมาถึงบ้านคุณสุนันท์ยังไม่ทันไร ก็มีเสียงโห่เสียงไชโย...ลั่นมาจากสวนยาง
...สักพักเห็นไอ้จิ๋ว วิ่งหน้าตาตื่นตะโกนเสียงสั่น
...เจอแล้ว...เจอแล้ว...เจอคุณเชียงแล้ว พวกเราโห่รับแล้ววิ่งกรูกันเข้าไปในสวนยาง
ที่นั่นสหายกลุ่มใหญ่กำลังช่วยกันนำคุณเชียงขึ้นมาจากโลงไม้ที่ผุพังไปเกือบหมดแล้ว
แต่ที่อยู่ครบเกือบสมบูรณ์คือชุด ท.ป.ท.
ที่คุณเชียงสวมใส่อยู่...ผมยังเห็นดาวแดงบนหมวกของคุณเชียงได้อย่างชัดเจนทีเดียว
สหายจากกองร้อย 514 หลายคนช่วยกันนำร่างของสหายร่วมรบไปอาบน้ำอีกครั้งหนึ่ง
แล้วแต่งเครื่องแบบ
ท.ป.ท.ชุดใหม่ให้คุณเชียงแล้วพาคุณเชียงไปนอนในโลงที่บรรจุไว้ด้วยดอกไม้และพรมน้ำอบไทยหอมกรุ่น
ไอ้ที่น่าแปลกใจที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ สหายไม่ได้เป็นคนค้นพบคุณเชียง....?????
ในขณะที่สหายกำลังกระจายกำลังเรียงแถวหน้ากระดานขุดหาคุณเชียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
จนชักจะท้อกันอยู่แล้ว อยู่ๆก็มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ทางใต้เค้าเรียกว่า
"พวกขาดหุ้น" หรือพวกสติไม่ค่อยดีประมาณนั้นแหละครับ
หนุ่มนายนั้นเข้าแย่งแชลงในมือสหายคนหนึ่งแล้วร้องบอกว่า..มานี่...มานี่...อยู่ทางนี้
จากนั้นก็วิ่งย้อนกลับไปตามทางที่สหายขุดผ่านไปแล้วประมาณ 30
เมตรแล้วเอาแชลงที่ถือติดมือมากระแทกลงไปในดินอย่างแรง มีเสียงดังกึก
สหายที่วิ่งตามหลังไปก็ดึงแชลงขึ้นมาจากดิน....ที่ปลายแชลงเป็นเศษไม้ผุๆที่เป็นฝาโลงของคุณเชียงติดขึ้นมา
สหายก็เลยไชโยโห่ร้องกันลั่นสวนยาง
เฮ้อ....มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเชื่อจริง ๆเชียว
๗.
พี่ชายคุณเชียงสองคนขับรถมาจากสงขลา ดูมีท่าที่กังวลพอสมควร
เพราะตอนนั้นกิตติศัพท์ของคอมฯเคียนซาก็ดังพอตัวทีเดียว
ที่หน้าควนวันนั้นเนืองแน่นไปทั้งสหายเก่าและมวลชนพากันมาชุมนุมส่งคุณเชียงกันเต็มไปหมด
พี่คุณเชียงขอพบสหายที่เคยอยู่ในกองร้อย เคยร่วมรบกับคุณเชียงสัก 2-3 คน
จากนั้นเอาอัลบั้มรูปมา 3 - 4 เล่ม มีรูปต่าง ๆ
เต็มไปหมดแล้วบอกให้สหายเลือกรูปคุณเชียงออกมาจากอัลบั้ม
ผมเองเห็นรูปแล้วจำได้ทันที
แต่กลัวว่าสหายกองร้อยจะจำไม่ได้เพราะคุณเชียงในรูปนั้นไว้ผมยาวประบ่า
ถ่ายกับเพื่อนๆที่อ่างแก้ว แล้วก็ป้าย ม.ช.
แต่สหายก็เลือกรูปคุณเชียงได้ถูกต้องหลายรูป
คำถามสุดท้ายก็คือ....ในร่างกายของคุณเชียงมีตำหนิหรือลักษณะพิเศษอะไรบ้าง
....พวกเรานิ่งกันไปหมดเพราะนึกไม่ออกเหมือนกัน เงียบกันไปพักหนึ่ง
....ผมรู้...ผมรู้....คุณเชียงมีขนหน้าอกเยอะมาก
...เสียงคุณชาญชัยหมอประจำกองร้อยร้องบอก ตอนนั้นคุณเชียงเป็นไข้
...ผมเป็นคนเช็ดตัวให้ ยังล้อแกเล่นว่าขนหน้าอกเหมือนลิงเลย...
ปริศนาสุดท้ายถูกเฉลยโดยคุณชาญชัย
หมอประจำกองร้อย 514
หลังพิธีสงฆ์
พวกเรายืนเข้าแถวส่งสหายด้วยน้ำตานองหน้าเป็นครั้งสุดท้าย
วันนี้คุณเชียงพักผ่อนอยู่อย่างสงบที่วัดนาหม่อม อ.นาหม่อม สงขลา
เวลาเราเดินทางจากหาดใหญ่หรือสงขลาจะไปปัตตานี เส้นทางจะวิ่งผ่าน อ.นาหม่อม
พอถึงบ้านนาหม่อม ถนนวิ่งผ่านทุ่งนา มองเลยไปทางขวาจะเห็นเนินเขาเตี้ยๆ
มองเห็นยอดเจดีย์ สีทองอยู่บนยอดเขาลิบๆ ใกล้ๆกับฐานเจดีย์นั้นมีบัวเล็ก ๆ
เก็บอัฐิของ ท.ป.ท.คนหนึ่ง สหายที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นแวะเยี่ยมคุณเชียงบ้างนะครับ
๘.

คุณเชียงตัวนิดเดียวเองครับ
น่าจะสูงในราวๆ 160 -165 เท่านั้นเอง นิสัยเอะอะเฮฮา เวลาหัวเราะที
ตาหยีแต่ได้ยินกันทั้งค่ายเลยครับดูรวมๆ
แล้วหล่อเหมือนพระเอกหนังจีนอะไรปานนั้นนั่นแหละครับ
คุณเชียงถือเป็นผู้อาวุโสหรือรุ่นพี่คนหนึ่งในหมู่นักศึกษา
พวกเราส่วนใหญ่ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันแถวจุฬา ธรรมศาสตร์ รามหรือศูนย์นักเรียน
แต่ไม่มีใครคุ้นหน้าคุณเชียงเลย
ตอนที่เดินทางจากกรุงเทพมาพรุพรี
คุณเชียงก็นั่งมาติดๆกับกลุ่มเด็กเทพศิรินทร์ ก็ยังถูกมองด้วยความสงสัย
มารู้ว่าพวกเดียวกันก็ตอนสหายมารับขึ้นบนเขาด้วยกัน
แถมยังถูกจัดเข้าหมู่เดียวกันซะด้วย
พอถึงเวลาย้ายนักศึกษาข้ามคลองก็ถูกจัดอยู่ในหมู่เดียวกันกับพวกเด็กเทพฯ อีก
...แต่ก็ไม่มีใครรู้ประวัติคุณเชียงจริง ๆ เลยสักคนเดียว
รู้เพียงแต่ว่าคุณเชียงเป็นนักศึกษาจาก ม.ช. เป็นประธานหรือ รองประธานสภา
หรืออะไรในองค์การนักศึกษา ม.ช.สักองค์การหนึ่งนี่แหละ
พอมาอยู่ที่ค่ายพลาฯ
ไม่นานเท่าไหร่ คุณเชียงก็ย้ายไปอยู่กองทหาร 514 ...เห็นตัวเล็กๆอย่างนั้นนะครับ
แต่เอาจริงเอาจังน่าดูทีเดียวเวลาทำงาน ในตอนเย็น ๆ
ก็จะเห็นคุณเชียงเดินนำหน้าน้องๆ นักศึกษา เข้ามาเที่ยวในค่ายพลาบ่อย ๆ
เวลาอยู่ในค่าย ถ้าเห็นสหายรวมกลุ่มกันแล้วมีเสียง ...เฮ...เสียงหัวเราะบ่อยๆละก็
เข้าไปดูเถอะครับ คุณเชียงอยู่ในกลุ่มนั้นแหงๆ....
ที่ 514 กองร้อยกับค่ายพลาใกล้กันนิดเดียวครับ
เย็นๆว่าจากภารกิจแล้ว ก็อาบน้ำ แต่งตัว ทาแป้งให้หน้าใสๆ
(แอบ)ใส่น้ำหอม(ใช้ยาดมตรานกอินทรีย์ขวดเขียวๆแทน
)นิดหน่อย(สำหรับคนที่กำลังมีเป้าหมาย) ส่องกระจกสัก 3 - 4
พอแน่ใจแล้วก็คว้าปืนชวนพรรคพวกไปเที่ยวค่ายพลาฯ
แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้คุณเชียงหัวร่อไม่ออกไปหลายวันเหมือนกันครับ

๙.
วันนั้นคุณเชียงเดินหน้าม่ยเข้ามาที่โรงพยาบาล ได้ความว่าปวดฟัน คุณหมออุ่น
(เศรษฐศาสตร์ ม.ธ.) กำลังว่างพอดี ก็เลยจับคุณเชียงนั่งโต๊ะทันตแพทย์
เตรียมถอนฟันซี่ที่ปวดออก โดยมีพวกเราห้อมล้อมคอยเชียร์อยู่รอบ ๆ
เริ่มต้นด้วยการฉีดยาชา แล้วใช้คีมจับฟันที่ผุโยกไปมา....
ตอนนี้คุณเชียงหน้าซีดเผือด
เหงื่อตกทีเดียว
คุณหมออุ่นรอสักพักหนึ่งจนคิดว่ายาชาออกฤทธิ์แล้วก็เริ่มใช้คีมจับฟันที่ผุดึงออก
ตอนนี้เองคุณเชียงหน้าซีดขึ้นเรื่อย ๆ ชักส่งเสียงอ้อๆแอ้ๆ
แล้วก็กลายเป็นเสียงร้องโอย..โอ๊ย...มากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้างฝ่ายคุณหมออุ่นชักรำคาญ
วางคีมแล้วหันมาเอ็ดตะโรคุณเชียงแทน ...คุณนี่พรั่นพรือนะคุณเชียง...เป็นทหารแท้ๆ
ถอนฟันแค่นี้ร้องไปได้ ยาชาก็ฉีดให้แล้วไม่มีความอดทนเลย
แล้วนี่ถ้าออกไปรบจะเป็นยังไง...ฮึ....ขายหน้าสหายหมด นี่ถ้าคุณยังไม่หยุดร้องอีก
ฉันจะให้สหายมัดคุณไว้กับโต๊ะนี่แหละ คุณเชียงเลยเงียบเสียงหงอยลงไปทันตาเห็น
ยอมให้คุณอุ่นถอนฟันซี่ที่ปวดให้แต่โดยดี....โดยมีเสียงร้องโอย...ๆ เป็นซาวนด์เอฟเฟ็กเล็กน้อย
ถอนฟันเสร็จ
คุณเชียงหัวเราะไม่ออกเลยหนีไปนั่งหน้ามุ่ยอยู่หน้าโรงพยาบาล สักพักใหญ่ คุณนพ
หมอใหญ่จาก รามาฯ ก็เข้ามาที่โรงพยาบาล หยิบโน่น ตรวจนี่ตามปกติ
เสร็จแล้วก็ถือขวดยาชาเดินไปหาคุณอุ่น...สหาย....คุณเอายาขวดนี้ฉีดให้ใครเหรอครับ
....ยาชาล๊อตนี้มันหมดอายุไปตั้งหลายปีแล้วครับ...ผมกำลังจะเอาไปฝังดินอยู่พอดี.......
ว้าย...ตายแล้ว...ถ้างั้นฉันก็ถอนฟันคุณเชียงสดๆเลยนะสิ....ตายๆๆๆ...
คุณเชียงทำไมคุณไม่บอกว่ายาชามันใช้ไม่ได้ผล....คราวนี้เสียงเฮ...ที่คุณเชียงไม่ได้เป็นตัวนำดังลั่นโรงพยาบาลเพราะฝีมือของคุณอุ่น
หมอฟันจากธรรมศาสตร์ ส่วนคุณเชียงยิ้มได้กับของขวัญปลอบใจจากคุณหมอ เป็นขนมเปี๊ยะกับยาเส้นห่อใหญ่
...(อันที่จริงคุณเชียงได้เฉพาะยาเส้น
ส่วนขนมนั้นเสร็จพวกนักปฏิวัติรุ่นพกขวดนมแทนปืนอย่างเจ้าจิ๋วหมด)
๑๐.
ครับต้องขออภัยเป็นอย่างมากสำหรับข้อเขียนเรื่องคุณเชียง
เพราะสร้างความกระทบกระเทือนให้กับมิตรสหายบางท่านไม่ค่อยสบายใจ ในข้อหาว่า
เขียนเรื่องจิตนิยม สหายบอกว่า
...เฮ้ยเดี๋ยวนี้ชาวพรรคเขาคุยกันเรื่องผีแล้วเหรอวะ...พร้อมกับอธิบายให้ผมบรรลุสัจจธรรมว่า
ไอ้สิ่งที่ผมเขียนนั้นมันเป็นเรื่องบังเอิญธรรมดาๆเท่านั้นเอง เช่น
เรื่องฝันเห็นคุณเชียงในชุด ท.ป.ท. ก็เพราะผมรู้จักคุณเชียงในชุด
ท.ป.ท.แล้วจะดันไปฝันเห็นคุณเชียงในชุดทหารอเมริกันได้ยังไงวะ....หรือเรื่องที่คนไม่รู้เรื่องไปพบคุณเชียงนั้นก็บังเอิญว่าพื้นที่มันเหลือน้อยแล้ว...มันก็เลยเจอ
...เออ...สหายพูดก็จริงนั่นแหละ และ
ไอ้เรื่องที่รถผมไปเครื่องดับแถวดอนยอมนั่นในความเป็นจริงก็คือ รถผมมันเก่ามากแล้ว
วิ่งไปมันก็ดับไปตลอดแล้วไอ้ควนนั้นมันก็สูง ทางก็ไม่ดี
รถผมมันก็เลยไปดับตรงนั้นเกือบทุกครั้งที่ผมเข้าดงเคียนซา....เห็นไหม...มันเรื่องบังเอิญทั้งน้าน
....ถ้าผีมีจริงก็ปลุกสหายมาตั้งกองทัพสู้กับศัตรูซิวะ.....
ก็เลยต้องขออภัยต่อบรรดา ซาหายทั้งหลายมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ!

สุดท้ายก่อนจากกันสหายสุดรักท่านนั้น ยังหันมาถามผมว่า...เฮ้ย
...มึงว่า ผีมีจริงๆ รึเปล่าวะ ...ในฐานะทิด 2 โบสถ์ ผมบอกว่า
"กูเชื่อว่ะ" ไอ้เวร...กูเขียนเรื่องสำคัญตั้งเยอะแยะเสือกไม่อ่าน ไม่สนใจ
ดันมาจับเอาเปลือกซะนี่
วันเก็บกระดูกคุณเชียงเมื่อปี
2531 ที่ระบุอายุ 26 ปีนั้น นับถึงวันที่เสียชีวิตเมื่อปี 2521 ครับ
ในตอนคุณเชียงเข้าที่สุราษฎร์ อายุก็คงในราว 22-23 นี่แหละ ก็คงอยู่ประมาณ ปี 3-4
แล้วละครับ
ปัจฉิมลิขิต จาก บก.
2519me.com : ด้วยว่าผู้เขียนคือ
คุณยูริ บรรยายไว้ว่า ส.เชียงหล่อระดับพระเอกหนังจีน ภาพประกอบ บก.ฯเลย
เลือกเอาภาพของพระเอกหนังจีน-คือ คุณ เจท ลี ค่ะ เพราะภาพของ ส.เชียง
มีเพียงภาพเดียวเท่านั้น!